เปิดตำนาน นาฬิกา Omega สุดยอดนาฬิกาที่แจ้งเกิดบน NASA

เปิดตำนาน นาฬิกา Omega สุดยอดนาฬิกาที่แจ้งเกิดบน NASA

หากจะหานาฬิกาสักเรือนที่มีความแม่นยำและเที่ยงตรงที่สุดในโลก คงจะหนีไม่พ้น นาฬิกา omega บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “ความเที่ยงตรงที่มีอยู่จริง”  มาดูกันเลยค่ะ

นาฬิกา omega ถือกำเนิดจากปณิธานความความตั้งใจที่จะสร้างนาฬิกาที่แม่นยำและเที่ยงตรงที่สุดในโลกของ หลุยส์ แบรนดท์ (Louis Brandt) ช่างทำนาฬิกาหนุ่มจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเขาได้เปิดร้านนาฬิกาเล็ก ๆ ของตัวเองในปี 1848 ทว่าขนาดของร้านไม่สามารถจำกัดความคิดอันยิ่งใหญ่ได้ ไม่กี่ปีหลังจากนั้นเขาก็สามารถสร้างชื่อเสียงจากการขายนาฬิกาคุณภาพสูง และโด่งดังไปทั่วยุโรปในเวลาต่อมา

ในปี 1879 หลังจากเขาเสียชีวิต บุตรชายทั้งสอง หลุยส์ พอล (Louis Paul) และ ซีซาร์ แบรนดท์ (César Brandt) ก็ได้รับช่วงต่อกิจการ พวกเขาทั้งสองสามารถสร้างนาฬิกาข้อมือที่สามารถตีบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีได้เป็นครั้งแรก ทั้งยังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก Swiss National Exhibitionอีกด้วย

นาฬิกา omega ยืนหนึ่งเรื่องความแม่นยำในการแข่งขันโอลิมปิก ปีค.ศ. 1932 Omega นั้นได้เป็นนาฬิกาที่ทำหน้าที่จับเวลาและบันทึกสถิติเวลาในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถบันทึกเวลาได้ใกล้เคียงที่สุดใน 1/100 วินาที เลยทีเดียว และในปีนี้ก็เช่นกัน Omega ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้บอกเวลาในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ณ กรุงปักกิ่ง 2022 อย่างเป็นทางการ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์นี้ก็ได้พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง จนสามารถบันทึกเวลาที่ใกล้เคียงที่สุดได้ 1/1000 วินาทีเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากนี้ ‘MoonWatch’ นาฬิกา omega เป็นนาฬิกาแบรนด์แรกที่ได้ไปพิชิตดวงจันทร์และยังถือว่า เป็นแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์เดียวที่ผ่านการทดสอบด้านความเที่ยงทรงและสภาพแวดล้อมจาก NASA โดยเกิดการคัดเลือกแบรนด์นาฬิกาที่จะสวมใส่ให้กับนักบินอวกาศที่ทำภารกิจ The Apollo 11 ในเดือนกรกฎาคม ปี 1969ที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการเลือกและการทดสอบนาฬิกาข้อมือนั้นยากไม่แพ้กัน ทั้ง Omega Speedmaster ที่ถือว่าเป็นนาฬิกาแบบเข็มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนั้น ซึ่ง Omega Speedmaster Professional calibre 321 คือ นาฬิกา omega บนข้อมือของ Buzz Aldrin นักบินอวกาศคนที่สองที่เหยียบลงบนพื้นผิวของดวงจันทร์ โดยทำให้นาฬิกาข้อมือ Omega รุ่น Speedmaster ได้รับการขนานนามและมีฉายาว่า ‘MoonWatch’

นาฬิกา omega  ยังเป็นนาฬิกาประจำตัวของ ‘เจมส์ บอนด์’ ในปี 1995 นาฬิกาข้อมือ Omega รุ่น Seamester ได้ปรากฏบนจอหนังสายลับชื่อดัง James Bond 007 ภาค Golden Eye พยัคฆ์ร้าย 007 รหัสลับทลายโลก บนข้อมือของนักแสดงนำอย่าง เพียร์ซ บรอสแนน นับตั้งแต่นั้น นาฬิกาข้อมือรุ่นต่อ ๆ มา Seamester ก็ถูกสวมใส่บนข้อมือของสายลับ 007 ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าจะเป็นภาค Tomorrow Never Dies, The World is Not Enough, Die Another Day, Casino Royale, Quantum of Solace, Skyfall และ SPECTER

นอกเหนือจาก นาฬิกา omega จะได้อยู่ในภาพยนตร์จอยักษ์แล้ว ยังมีการนำนาฬิกา omega ที่ เจมส์ บอนด์ สวมใส่ในการแสดงมาขายในประมูล ซึ่งรุ่นที่ได้รับการประมูลสูงสุด คือ James Bond Omega Seamaster Planet Oceans ในภาค Casino Royale ยอดกว่า 9 ล้านบาทอีกด้วย สุดยอดมากๆ กับนาฬิกาแบรนด์ดังแบรนด์นี้

รวมไปถึง นาฬิกา omega ยังได้ทุบสถิติโลกด้วยการดำน้ำลึกถึง 10,928 เมตร นอกเหนือจากจะบนแสดงเวลาแม่นยำบนภาคพื้นโลก หรือทัวร์บนอวกาศแล้ว นาฬิกาข้อมือ Omega ยังดำดิ่งสู่มหาสมุทรโลกอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีของแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง นาฬิการุ่นใหม่ของ Omega มาพร้อมกับเทคโนโลยี co-axial ที่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและต้านทานแรงสนามแม่เหล็กได้ถึง 15,000 เกาส์ เลยทีเดียว

ต่อมาใน ปี 2019 นาฬิกาข้อมือ Omega รุ่น  Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional  ร่วมกับนักผจญภัยชาวอเมริกัน ทำภารกิจนำทีมนักดำน้ำสู่จุดที่ลึกที่สุดในโลกถึง 10,928 เมตร นับเป็นสถิติใหม่บนโลกใบนี้

นาฬิกา omega รุ่นที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก ?

                มาดูนาฬิการุ่นที่สร้างชื่อให้กับ omega กันบ้างกับ นาฬิกา omega รุ่นOmega Speedmaster ซึ่ง

ผลิตออกมานั้น คือรุ่น CK2915 ในปี 1957 และได้ผลิต speedmaster ออกมาเรื่อย ๆ จนถึงวันหนึ่งในช่วงต้นทศวรรษ 60 ซึ่งในเวลานั้น NASA ได้กำลังดำเนินโครงการอวกาศ  MERCURY และก็กำลังจะเริ่มต้นโครงการ GEMINI หรือการส่งคนหนึ่งคู่ ออกไปโคจรรอบโลกเลยทีเดียว

โครงการ Mercury ที่ NASA กำลังดำเนินอยู่นั้นเป็นการปฏิบัติภารกิจภายในยาน โดยนักบินถูกส่งไปโคจรรอบโลก ส่วน ภารกิจ Gemini นั้น จะมีการส่งคนออกไปนอกยานเพื่อลอยไปลอยมา และทำการทดลองต่าง ๆ ดังนั้น NASA จึงเกิดความต้องการที่จะจัดหานาฬิกาเพื่อใช้ในโครงการอวกาศต่าง ๆ ต่อไป ซึ่งนาฬิกาที่ว่าจะต้องมีระบบจับเวลาเพื่อถูกใช้สำรองในกรณีที่ระบบเวลาหลักล้มเหลว นาฬิกาที่ว่าจะต้องทนต่อทุกสภาวะ ทั้งความกดดันอากาศ สภาพสุญญากาศ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงจากติดลบไปเป็นร้อยองศาเพียงเคลื่อนข้ามจากใต้เงาไปสู่แสงแดด อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ในปี 1962 NASA จึงได้ส่งพนักงานจัดซื้อของตนออกไปหาซื้อนาฬิกาจับเวลามาอย่างละเรือนสองเรือนเพื่อใช้ในการทดสอบแบบไม่เป็นทางการ การจัดหาก็ทำอย่างง่าย ๆ คือให้เจ้าหน้าที่ของตนไปที่ร้านขายนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองที่สำนักงานใหญ่ของตนตั้งอยู่ก็คือ Houstan รัฐ Texas ห้างดังกล่าวชื่อ Corrigan ซึ่งในปัจจุบันร้านนี้ก็ยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายของ นาฬิกา omega อยู่ อีกด้วย

หลังจากซื้อมาแล้ว Nasa ก็ได้วิเคราะห์นาฬิกาต่าง ๆ และนำมาลองใช้ในโครงการ Mercury จนได้ไอเดียคร่าวๆแล้ว ในปี 1964 Nasa จึงกำหนดข้อต้องการในการจัดซื้อนาฬิกาต่าง ๆ มาทดสอบเพื่อทำการใช้ในโครงการอวกาศ Gemini และ Apollo ใบขอสั่งซื้อได้ถูกส่งไปยังบริษัทต่าง ๆ เช่น Elgin, Benrus, Hamilton, Mido, Luchin Picard, Omega, Bulova, Rolex, Lonngines, Gruen โดย NASA มีข้อกำหนดดังต่อไปนี้

  1. ให้ส่งมอบไม่เกินวันที่ 21/10/1964
  2. ต้องเดินผิดพลาดไม่เกิน 5 วินาทีต่อ 24 ชั้วโมง จะยิ่งดีถ้าเดินผิดพลาดไม่เกิน 2 วินาทีต่อวัน
  3. ต้องกันแรงดันได้ตั้งแต่ แรงดันน้ำที่ 50 ฟุต จนถึงสุญญากาศที่ 10^ – 5 มม. ปรอท
  4. หน้าปัดต้องอ่านง่ายในทุกสภาวะ โดยเฉพาะภายใต้แหล่งกำเนิดแสงที่เป็นสีแดงหรือขาว อย่างต่ำๆต้องมองเห็นภายใต้แสงเทียนที่ระยะ 5 ฟุต ในสภาวะแสงจ้าหน้าปัดไม่ควรไม่มีแสงสะท้อน ถ้าจะให้ยิ่งดีหน้าปัดควรมีสีดำ
  5. หน้าปัดต้องแสดง วินาที 60 วินาที วงนาที 30 นาที และวงชั่วโมง 12 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น
  6. นาฬิกาต้องกันน้ำ กันกระแทก กันแม่เหล็ก กระจกหน้าปัดต้องต้องไม่คมและไม่กระจายเป็นเศษเวลา
  7. นาฬิกาที่จัดหาให้นั้นจะเป็นไขลาน ออโต หรือใช้ระบบไฟฟ้าก็ได้ แต่ต้องเอามือหมุนขึ้นลานได้ด้วย
  8. นาฬิกานี้บริษัทที่จำหน่ายต้องมีรับประกันเป็นเวลาอย่างต่ำ 1 ปี

จากสเปคจะเห็นได้ว่า Nasa อาจได้ลองใช้นาฬิกาหลายๆยี่ห้อ แล้วติดใจใน Omega เพราะสเปคที่ออกมาเข้ากับ Omega ทุกอย่าง ในขณะนั้นยังไม่มีนาฬิกาจับเวลาแบบ auto หรือใช้ไฟฟ้าออกมา และบางบริษัทก็ได้ปฏิเสธที่จะส่งนาฬิกาให้เนื่องจากว่าตนไม่ได้ผลิตนาฬิกาที่ตรงกับข้อกำหนดดังกล่าวให้กับ NASA การทดสอบที่ Nasa จัดขึ้นมาก็แบ่งเป็นชุด ๆ หลายๆขั้นตอน พอสิ้นสุดการทดสอบแต่ละครั้ง นาฬิกาแต่ละเรือนก็จะถูกเช็คอย่างละเอียด ถ้าเดินไม่ตรงมาก ๆ ไขลานไม่ได้ จับเวลาไม่ได้ น้ำเข้า หรือชิ้นส่วนพัง ก็จะถูกคัดออกจากการทดสอบทันที

การก่อตั้ง omega ?

                สำหรับแบรนด์ Omega ได้ถือกำเนิดในปี 1848 ที่ La Chaux-de-Fonds ซึ่งนักประดิษฐ์หนุ่มอายุเพียง 23 ปี ชื่อ Louis Brandt. โดย Louis Brandt ได้ประกอบนาฬิกาพกซึ่งใช้ชิ้นส่วนของนักประดิษฐ์ในท้องถิ่นและผลงานของเขาได้ค่อย ๆ สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักกระฉ่อนโลก

ต่อมา Louis Brandt ได้จากไปในปี 1879 โดยมีบุตรชาย 2 คน คือ Louis Paul และ César Brandt เป็นผู้รับช่วงกิจการ และได้ย้ายบริษัทไปที่ Bienne ในเดือนมกราคม ค.ศ.1880 เนื่องจากความพร้อมมากกว่าในด้านกำลังคน การติดต่อสื่อสาร และพลังงาน โดยเริ่มแรกย้ายไปโรงงานเล็ก ๆ ในเดือนมกราคม และได้ซื้อตึกทั้งหลังในเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน 2 ปี ต่อมาได้ย้ายไปที่ Gurzelen district of Bienne ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่

Louis-Paul และ César Brandt ได้ตายพร้อมกันในปี 1903 ได้ทิ้งบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาสวิสที่ใหญ่ที่สุด ด้วยยอดกำลังการผลิตนาฬิกา 240,000 เรือนต่อปี และพนักงาน 800 คน ไว้ในการบริหารของกลุ่มคนหนุ่ม 4 คน ซึ่งผู้ที่อาวุโสที่สุดก็คือ Paul-Emile Brandt มีอายุเพียง 23 ปี อีกด้วย

ต่อมาเกิดจากสงครามโลกครั้งที่ 1 OMEGA ได้ตัดสินใจรวมกิจการกับ Tissot ตั้งแต่ 1925 จนถึง 1930 ภายใต้ชื่อ SSIH  ในช่วงทศวรรษ 70 SSIH ได้กลายเป็น ผู้ผลิตนาฬิกาสวิสอันดับหนึ่งและเป็นอันดับ 3 ของโลกจนกระทั่งช่วงวิกฤตทางการเงินและเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงในระหว่าง 1975 ถึง 1980 อีกด้วย

ภายหลัง SSIH ได้ถูกซื้อกิจการ โดยแบงก์ในปี 1981 ในปี 1985 ธุรกิจได้ถูกควบกิจการโดยกลุ่มนักธุรกิจเอกชนกลุ่มหนึ่งภายใต้การบริหารของ Nicolas Hayek และได้เปลี่ยนชื่อเป็น SMH , Societe suisse de microelectronique et d’horlogerie กลุ่มใหม่นี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และเติบโตเป็นผู้ผลิตแนวหน้าของโลก

จากนั้น ในปี 1998 ชื่อของ Swatch Group ได้ถูกเรียกขาน และได้รวมเอา Blancpain และ Breguet เข้ามาร่วมด้วย และแน่นอนชื่อของ OMEGA ก็ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างชื่อเสียงที่สุดและเป็นแบรนด์สำคัญของกลุ่มนาฬิการะดับนานาชาตินั่นเองค่ะ

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ นาฬิกา omega สุดยอดมากๆเลยใช่ไหมล่ะคะ นาฬิกาที่มีความแม่นยำมากจนกลายเป็นตำนานนาฬิการะดับโลกเลยทีเดียวค่ะ หากใครพร้อมแล้วเราไปส่องนาฬิกา omega กันเลยค่ะ