พาชม นาฬิกา casio ผู้ชาย นาฬิกาแบรนด์ดังที่เหล่านักสะสมต้องมีไว้ครอบครอง

พาชม นาฬิกา casio ผู้ชาย นาฬิกาแบรนด์ดังที่เหล่านักสะสมต้องมีไว้ครอบครอง !

หนึ่งในนาฬิกาที่โลกต้องการคงจะหนีไม่พ้น นาฬิกา casio ผู้ชาย ที่ครองใจหนุ่ม ๆ ทุกยุคทุกสมัย บทความนี้จะพาไปดู 5 นาฬิกา casio ผู้ชาย ที่เหล่าสุภาพบุรุษต้องมีกันค่ะ มาดูกันเลย

นาฬิการุ่นแรก เป็นนาฬิกา casio ผู้ชาย รุ่นEDIFICE PREMIUM รุ่น EQB-1000TR-2A คุณสมบัติของ Casio รุ่นนี้คือมันสามารถกันน้ำได้ลึกกว่า 100 เมตร ทั้งความน่าสนใจยังมีในเรื่องของ Mobile Link ที่เป็นฟังก์ชัน Bluetooth เป็นการเชื่อมต่อนาฬิกาเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แบบไร้สาย รวมไปถึง Tough Solar ที่จะชาร์จพลังงานผ่านดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ยังมีมาตรความเร็ว, การแสดงปฏิทิน, นาฬิกาปลุก, โหมดประหยัดพลังงานและเวลาที่ปรับไปตามเมืองที่คุณอยู่แบบอัตโนมัติ ทำให้เราได้เห็นเวลาแบบเรียลไทม์อีกด้วย

นาฬิกา casio ผู้ชาย
ลิงก์ : https://www.pinterest.com/pin/800866746206132261/

ต่อมาเป็น CASIO นาฬิกา casio ผู้ชาย รุ่น EDIFICE รุ่น EFR-569DC-1AV ตัวเรือนและสายนาฬิกามีการเคลือบสีเมทัลรมดำ ซึ่งเป็นสีที่ดูสวยงามและมีความทันสมัยเหมาะกับผู้ชายสมัยใหม่สุดๆเลยค่ะ ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของนาฬิกาก็ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น โหมดจับเวลาที่ละเอียดแบบ 1/10 วินาที และหน้าปัดเวลาที่มีถึง 3 หน้า ซึ่งสามารถบอกเวลาได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงคุณสมบัติที่สามารถป้องกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตรเลยทีเดียว

หนึ่งในนาฬิกาสวยสง่าไม่เป็นสองรองใคร ต้องเจ้านาฬิกาเรือนนี้เลยค่ะ CASIO นาฬิกา casio ผู้ชาย รุ่น EDIFICE
รุ่น EFR-569BL-1AV ดีไซน์ของรุ่น EFR-569BL-1AV นั้นมีความสวยงามที่ไม่เป็นสองรองใคร ซึ่งสีที่นำมาตกแต่งตัวเรือนเป็นสีโรสโกลด์ที่ดูดี นั้นจะสามารถแมตช์ได้กับเสื้อผ้าทุกประเภท ในด้านของการทำงานของนาฬิกาก็ถือว่าดีไม่แพ้กัน เพราะความละเอียดของเวลานั้นอยู่ที่ 1/10 วินาที ซึ่งถือว่าละเอียดมาก ส่วนโหมดการจับเวลาก็จับได้หลายรูปแบบและสามารถตั้งได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง นอกจากนี้การกันน้ำของมันก็ถือว่าดีมาก ไม่ต้องกังวลว่านาฬิกาจะเสียเมื่อล้างมืออีกด้วย

ต่อมาเป็น นาฬิกา CASIO เป็นนาฬิกา casio ผู้ชาย รุ่น ECB10DB1ADF เสน่ห์ของนาฬิกาเรือนนี้คือฟังก์ชันและการดีไซน์ ฟังก์ชันนี้คือไฟ LED สองดวง โดยจะเปิดขึ้นเพื่อสำหรับใช้ดูเวลาในที่มืด หรือจะเป็น Mobile Link ที่ใช้ประโยชน์ในการเชื่อมต่อแบบ Bluetoothยังได้อีกด้วย รวมถึงนาฬิกาเรือนนี้ยังมีโหมดเครื่องบินที่จะไม่ทำให้ระบบการทำงานของนาฬิกาไม่รบกวนการทำงานของเครื่องบิน ทั้งยังเป็นการแสดงปฏิทินแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ในเรื่องของการดีไซน์ก็ช่วยทำให้บุคลิกของคุณดีดูและมีเสน่ห์ ทั้งหน้าปัดและสายรัดข้อมือทำมาจากวัสดุเกรดพรีเมี่ยมช่วยให้อายุการใช้งานของนาฬิกาอยู่ได้ยาวนานหลายปีอีกด้วย

ไฮไลต์สุดท้ายที่ได้นำมาฝาก ต้องนาฬิกา casio ผู้ชาย รุ่นนี้เลยกับ CASIO นาฬิกาข้อมือ EDIFICE รุ่น EQS-900DB-2AV ไฮไลท์สำคัญของรุ่น EQS900 คงจะหนีไม่พ้นตัวโซลาเซลล์ โดยนาฬิการุ่นนี้ยังได้แรงบันดาลใจมาจากกีฬายานยนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติของมันคือสามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นพลังงานแบตเตอรี่ ในการชาร์จแต่ละครั้งจะใช้ได้นานถึง 5 เดือน นาฬิกาเรือนนี้ถูกดีไซน์ก็ต้องบอกได้เลยว่ามันดูสมาร์ทมาก การใช้สีเงินตัดกับสีน้ำเงินทำให้ตัวเรือนดูโมเดิร์นแต่ยังคงความ formal เอาไว้ ทั้งยังสามารถแมตช์เข้ากับสูทได้ลงตัวอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของ นาฬิกา casio ผู้ชาย ?

จุดเริ่มต้น มาจาก แบรนด์ CASIO ได้เริ่มบุกตลาดนาฬิกาข้อมือ และในช่วงต้นยุค 70 ที่ Tadao มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมนาฬิกาข้อมือ ซึ่งในยุคนั้น ฝ่ายที่ครองตลาดอยู่ก็คือยุโรป โดยเฉพาะประเทศ Switzerland
ที่เป็นผู้นำตลาด แต่เนื่องจากนาฬิกาข้อมือยังมีราคาค่อนข้างสูงและด้วยความที่ผู้นำยังเชื่อมั่นว่า นาฬิกากลไกแบบเดิมยังทรงคุณค่ากว่านาฬิกาที่เป็นระบบดิจิตอล นั่นทำให้ Tadao เริ่มรุกช่องว่างทางตลาด โดยผลิตนาฬิการะบบดิจิตอลในราคาถูกและราคาปานกลาง ซึ่งยังคงเป็นตลาดขนาดใหญ่มาก ซึ่งบริษัท CASIO COMPUTER ได้กลายมาเป็นบริษัทแรกที่ผลิตนาฬิกาแบบสควอตซ์เลยทีเดียว

นาฬิการะบบควอทซ์ หรือนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ หรือนาฬิกาที่ใช้แบตเตอรี่ อาจเรียกว่านาฬิกาใส่ถ่านนาฬิกาพวกนี้จะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวหมุนเข็มให้เดินบอกเวลา หรือ รายงานผลผ่านจอ LCD หรือ หลอดไฟ LED
และพวกนี้จะใช้พลังงานไฟฟ้าบางส่วนส่งผ่านผลึกควอทซ์ แล้วรับสัญญาณความถี่ กลับออกมาให้ ไมโครโปรเซสเซอร์ประเมินออกมาเป็นเวลา เพื่อควบคุมการเดินของเข็ม นาฬิกาพวกนี้ให้ความเที่ยงตรงสูง แถมราคาค่อนข้างถูกเพราะว่าชิ้นส่วนอีเล็กทรอนิคในปัจจุบันทำได้ครั้งละเป็นจำนวนมากๆ ทำให้ราคาไม่สูงนัก

และนอกจากนั้น CASIO ยังเป็นรายแรก ๆ ที่สามารถทำให้นาฬิกาข้อมือแสดงเวลาในโซนต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงการบอกอุณหภูมิของอากาศ, ความกดอากาศ, ระดับความสูงจากน้ำทะเล เป็นต้น

ต่อมาในปี 1974 Tadao ในวัย 57 ปี ก็ได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือตัวแรกในรุ่น CASIOTRON โดยตัวนาฬิกา เป็นแบบอิเล็คทรอนิกส์ สามารถแสดงเวลาได้เที่ยงตรง โดยจุดเด่นคือ มีปฏิทินที่บอกวันเดือนปีแบบอัตโนมัติ และมันก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้คน เพราะด้วยความที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีราคาถูกและสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้คนทั่วไป สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้และตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา

จุดเริ่มต้น casio กับอุตสาหกรรมด้านอื่น ?

                หากจะพูดถึงแบรนด์ casio แล้ว คงจะไม่มีใครไม่นึกถึงนาฬิกาเรือนหรู ทว่ายังมีหลายคนที่อาจยังไม่ทราบว่า ก่อนจะมาผลิตนาฬิกา casio แบรดน์นี้ได้ผลิตอะไรมาก่อน บทความนี้จะพาทุกคนมาคลายความสงสัยกัน

ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้มีชื่อว่า Tadao Kashio เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1917 ในเมือง Kureta-mura (ตอนนี้คือเมือง Nankoku) จังหวัด Kochi ประเทศญี่ปุ่น ดินแดนแห่งอุตสาหกรรมเลยทีเดียวค่ะ

ครอบครัวของ Kashio นั้น เป็นครอบครัวธรรมดาทั่ว ๆ ไป ทว่าเมื่อ Tadao อายุได้เพียง 5 ปี ครอบครัวของเขาก็ต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนกันยายน ปี 1923 ซึ่งเหตุการณ์นั้น มีผู้เสียชีวิตมากกว่า
1 แสนคน แม้ว่าบ้านของเขาจะเสียหาย แต่โชคยังดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่บ้านของเขาก็เสียหายเกินกว่าที่จะซ่อมแซมไหว ครอบครัวของเขาจึงอพยพไปอยู่กับคุณลุงของ tadao นั่นเองค่ะ

จากนั้นพ่อของ Tadao ไปรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้าง ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่พ่อของเขาหามาได้จะเก็บไว้เพื่อส่งเสียให้ลูก ๆ ของเขาได้เล่าเรียน เพื่อให้เติบโตมาเป็นเสาหลักของครอบครัวในอนาคต พ่อของเขาประหยัดแม้กระทั่งค่ารถเมล์ และพ่อองเขาได้ยอมที่จะเดินเท้าจากบ้านไปที่ทำงานซึ่งต้องใช้เวลาเดินเท้ากว่า 5 ชั่วโมงในแต่ละวัน
ซึ่ง Tadao เองก็ได้ตระหนักถึงความยากลำบากและความเสียสละของพ่อเป็นอย่างยิ่ง และนั่นก็ทำให้เขาตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนเขามักจะกลายเป็นหนึ่งในนักเรียนที่เรียนดีที่สุดในชั้นเรียนเลยทีเดียว

ต่อมา Tadao จบการศึกษา เขาได้มีโอกาสเข้าไปฝึกงานที่โรงงาน Enomoto ในตำแหน่งผู้ช่วยช่างกลึงเหล็ก และ Tadao ยังได้รับโอกาสเข้ามาฝึกงานที่นี่ เขาก็ได้แสดงความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งนั่นมันทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจของเจ้าของโรงงานอย่าง Hiroshi Enomoto เป็นอย่างมาก Hiroshi จึงทำการสนับสนุน Tadao
ด้วยการให้ทุนการศึกษาให้เขาได้เข้าเรียนต่อระดับชั้นวิทยาลัยที่ วิทยาลัยวาเซดะ (Waseda’s Worker’s School) ทำให้ Tadao ต้องขยันมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเขาต้องแบ่งเวลาให้ทั้งที่ทำงานในขณะที่ผลงานเรียนที่วิทยาลัยก็ต้องทำให้ดีด้วย และเขาก็ทำมันได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

เมื่อ Tadao จบการศึกษาจากวิทยาลัยวาเซดะ เขาก็ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่โรงงานของทหาร โดยเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องวิทยุ ในฐานะตำแหน่งผู้จัดการและนักประดิษฐ์ ซึ่งเขาได้รับการยอมรับว่า เป็นหนึ่งในนักประดิษฐ์ที่มีฝีมือเยี่ยมที่สุดคนหนึ่ง ณ เวลานั้นเอง

เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่ง Tadao เป็นคนหนึ่งที่มีความรักชาติเป็นอย่างมาก และมุ่งมั่นที่จะช่วยทุกวิถีทางเพื่อให้ญี่ปุ่นได้เปรียบในการทำสงคราม ดังนั้นเขาจึงใช้ทักษะในการประดิษฐ์เครื่องยนต์กลไกของเขา มาผลิตชิ้นส่วนของเครื่องบินขนาดเล็ก ซึ่งเขาได้ขอซื้อเครื่องกลึงเหล็ก จากโรงงานที่เขาทำงานอยู่ มาผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินขายให้กับกองทัพ จนสามารถชำระเงินกู้ทั้งหมดจากธนาคารและมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นได้ และได้แต่งงานกับ Shige Noguchi ที่แม่ของเขาเป็นคนเลือกให้

ภายหลังเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายญี่ปุ่นเป็นฝ่ายที่ปราชัยในครั้งนี้ ซึ่งทำให้ทางการทหารหยุดคำสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานของ Tadao ทั้งหมด แถมบ้านของเขาก็ยังถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดของอเมริกันถล่มบ้านของเขาแบบเละไม่มีชิ้นดี เขาจึงโละขายเครื่องจักรทั้งหมดในราคาถูกเพื่อเป็นทุนต่อยอดในอนาคตอีกด้วย

ช่วงปี 1946 ตอนที่ Tadao อายุ 29 ปี เขาก็นำเงินเก็บมาก่อตั้งบริษัทที่ชื่อ Kashio Seisakujo ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรและชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ โดยได้ชักชวนน้องชายแท้ ๆ อย่าง Toshio เข้ามาทำงานด้วยกันแต่สิ่งประดิษฐ์แรก ๆ กลับไม่ใช่อะไรที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่ากลไกเลย เพราะสิ่งที่พวกเขาผลิตขึ้นมาก็คือแหวนที่ชื่อ Yubiwa ซึ่งเป็นแหวนสามารถใช้ถือบุหรี่ได้ เพราะโดยปกติแล้วชาวญี่ปุ่นในยุคนั้น ทำงานในแต่ละวันมากกว่าวันละ 10 ชั่วโมง ซึ่งสิ่งเดียวที่พวกเขาใช้ในการทำให้ผ่อนคลายก็คือการสูบบุหรี่ และแหวนนี้ก็สามารถช่วยให้ผู้สวม สามารถถือบุหรี่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้นิ้วจับมัน ก็ดันกลายเป็นสินค้าขายดีอย่างยิ่งในตอนนั้น เนื่องจากพวกเขาตั้งใจให้มันมีราคาถูก เพื่อให้เขาถึงผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเงินที่ขายเจ้า Yubiwa นั้น ก็ช่วยให้ฐานะทางการเงินของครอบครัว Kashio มีสภาพคล่องที่ดีขึ้นและสามารถผ่านช่วงวิกฤตทางการเงินจากภาวะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้อีกด้วย

ต่อมา ในปี 1949 Tadao ในวัย 32 ปี ก็ได้มีโอกาสเข้าชมงาน Business Show ในย่าน Ginza กรุง Tokyo ที่มีการจัดการแข่งขันคิดเลขเร็วระหว่างทหารอเมริกันที่มีเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดมหึมากับนักบัญชีชาวญี่ปุ่นที่ใช้ลูกคิด ซึ่งงานนี้ทำให้จุดประกายแก่ Tadao ในการที่อยากจะสร้างเครื่องคิดเลขของประเทศญี่ปุ่นบ้าง ซึ่ง 1 ปีถัดมาหลังจากได้ไปดูงาน ในปี 1950 Tadao จึงชักชวนน้องชายของเขา Toshio เพื่อผลิตและพัฒนาต้นแบบของเครื่องคิดเลขไฟฟ้า ซึ่งด้วยความที่เครื่องจักรและความก้าวหน้าของวิศวกรรมของญี่ปุ่น ณ ขณะนั้น ยังล้าหลังเป็นอย่างมาก ทำให้โปรเจคนี้ดูเหมือนจะใกล้มอดลงไปทุกที

จากนั้นจนกระทั่ง 4 ปี ต่อมา ในปี 1954 พวกเขาก็สามารถผลิตเครื่องคิดเลขไฟฟ้าตัวต้นแบบที่น่าจะเป็นเครื่องแรก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาจนได้ ต่พวกเขาจึงนำไปเสนอขายให้กับบริษัท Bunshodo ที่เป็นบริษัทขายเครื่องใช้สำนักงานทั่วไป แต่ก็ถูกปฏิเสธมาในทันควัน เนื่องจากเครื่องคิดเลขของพวกเขาที่ใช้เวลาพัฒนาถึง 4 ปีนั้น กว่าตัวต้นแบบจะเสร็จก็กลายเป็นสินค้าล้าหลัง ตกยุคไปแล้ว เนื่องจากเครื่องของพวกเขายังไม่มีฟังก์ชั่นการคูณเลขเลย ในขณะที่เจ้าอื่น ๆ จากต่างประเทศมีฟังก์ชั่นนี้กันไปหมดแล้ว หลังจากเหตุการณ์นั้น Tadao กับ Toshio จึงต้องเปลี่ยนโปรเจคกันใหม่โดยการเปลี่ยนแปลงระบบและโครงสร้างภายในเกือบทั้งหมด และด้วยความที่พวกเขาก็ยังไม่มีทุนจ้างนักประดิษฐ์ที่มีฝีมือ ทำให้เหล่าบรรดาพี่น้องตระกูล Kashio ต้องเค้นมันสมองที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาให้ได้เยอะ ๆ แทนการใช้เงินเยอะ ๆ แทน ที่ทำให้พวกเขา สามารถผลิตเครื่องคิดเลขที่มีฟังก์ชั่นการคูณออกมาจนได้สำเร็จต่อจากนั้นจึงได้พัฒนาผลิตภัณ์ของแบรนด์ของเขาเรื่อยมาตราบจนถึงปัจจุบันนี้

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ นาฬิกา casio ผู้ชาย นี้ น่าไปซื้อมาจับจองเป็นเจ้าของมากเลยไหมล่ะคะ นับได้ว่ากว่าจะมาเป็นนาฬิกาเรือนหรูอย่างทุกวันนี้ เจ้าของแบรนด์ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเลยนะคะ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ไม่หยุดพัฒนาทำให้เขามีได้อย่างทุกวันนี้นั่นเองค่ะ